ลุงพล ทนไม่ไหว หลังสาบานเสร็จ ซัดกลับพ่อชมพู่ สิ่งที่ทำ มันเกินเยียวยาแล้ว


ทั้งนี้ ทั้งหมดได้กล่าววาจาต่อหน้าพระอาจารย์บุญมา เจ้าอาวาสวัดถ้ำภูผาแอก และนายชาญ หลาบโพธิ์ ได้นำน้ำศักดิ์สิทธิ์จากภายในวัดถ้ำภูผาแอกมาทำพิธีดื่มน้ำสาบานต่อหน้าพระอาจารย์บุญมา
นายชาญ หลาบโพธิ์ ตาน้องชมพู่ กล่าวว่าตนเองได้พาลูกหลานและลูกเขย มาทำพิธีกล่าวคำสาบานต่อหน้าพระอาจารย์บุญมา เจ้าอาวาส และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดแห่งนี้โดยจะให้ทุกคนได้กล่าวชื่อของตัวเอง พร้อมกับให้กล่าวสาบานว่า
“หากข้าพเจ้ามีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปจนถึงแก่ความตายของ ด.ญ.อรวรรณ วงศ์ศรีชา “น้องชมพู่” ขอให้มีอันเป็นไป และหากไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องกับการตายของน้องชมพู่ ขอให้มีแต่ความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป”
เมื่อกล่าวคำสาบานเสร็จ นายชาญ หลาบโพธิ์ ได้ดื่มน้ำสาบานเป็นคนแรก ลำดับต่อมาเป็นลูกสาว ลูกชาย และลูกเขยอีก 2 คน ส่วน นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล และนางแต๋น วิภา ภรรยา ของดการดื่มน้ำสาบาน แต่จะไปดื่มน้ำสาบานที่วัดพระแก้ว กรุงเทพฯ โดยเจ้าตัวแจ้งว่าที่วัดพระแก้วเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์กว่าทุกที่ทุกแห่ง
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีข่าวจากทางฝั่งลุงพล ว่า สาเหตุที่ไม่ยอมดื่มน้ำร่วมกับกลุ่มญาติบ้านกกกอก เนื่องจากกลัวถูกวาง “ยาสั่ง” จึงขอไปดื่มน้ำสาบานที่วัดพระแก้ว เพียงแห่งเดียวเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังทำพิธีดื่มน้ำสาบานเสร็จ ฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ผู้มาร่วมพิธี รวมทั้งสื่อมวลชน ต้องติดฝนอยู่ที่วัด
ล่าสุดได้มีชาวเน็ตสังเกตสีหน้าลุงพลแลพอนามัยหรือพ่อของน้องชมพู่นั้น มองกันอยุ่ตลอดเวลาซึ่งอนามัยนั้นมองเหมือนห่เรื่องและจ้องอยู่นานสองนาน จนลุงพลต้องหันกลับไปถาม ว่ามองหน้าทำไม งานนี้ต้องบอกเลยครอบครัวเกิดรอยร้าวจริงๆ มองหน้ากันไม่ติดแล้ว

ความคิดเห็นชาวโซเชียล
เรียบเรียง siamnews