ชายปริศนา โผล่บ้านชมพู่ ประกาศลั่น ผมมีหลักฐานจับตัวฆาตกร ตำรวจคุมตัวทันที
เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 63 มีรายงานว่าพบหลักฐานต้องสงสัยคือรถจักรยานปริศนา ไปจอดที่ทางขึ้นภูเหล็กไฟวันที่น้องชมพู่หายตัวไป ทีมข่าวไปสอบถามคุณตาชาญ เผยว่า ได้ยินชาวบ้านเขาคุยกันว่าวันน้องหายมีจักรยานคันหนึ่งจอดทิ้งไว้ ก็อยากรู้ว่าเป็นของใคร เกี่ยวข้องกับการหายตัวของน้องหรือไม่ ให้ออกมาแสดงตัว คุณตาบอกว่า ตอนนี้ก็มีความหวังตำรวจจะจับคนร้ายที่ทำหลานได้
ขณะที่สอบถามไปยังคุณโชติช่วง สุขพันธุ์ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้กับป่าสวนยาง ทางขึ้นภูเหล็กไฟ จุดที่มีรายงานว่า มีรถจักรยานจอดไว้บริเวณนี้ คุณโชติช่วงเล่าว่า วันน้องชมพู่หายตัวไป ตั้งแต่เช้าจนถึงดึกวันที่ 11 ไม่มี อะไรพิรุธ หรือคนแปลกหน้าผ่านเข้ามา
ส่วนรถจักรยานก็เป็นข่าวที่ชาวบ้านลือกัน ไม่รู้รถของใคร แต่มีตร.มาถามว่า เห็นรถจยย. สีแดงรุ่นเก่า มาจอดบริเวณนี้ช่วงวันน้องชมพู่หายไปหรือไม่ ตนดูแล้วก็ไม่มี ซึ่งทางขึ้นภูนี้ หากเป็นชาวบ้านกกกอกและหมู่บ้านใกล้เคียง มักจะเดินมาไม่ขี่รถจักรยานหรือจยย.มาจอดไว้แล้วขึ้นภู นอกจากคนนอกหมู่บ้านที่มาหาของป่า จะนำรถมาจอดบริเวณนี้หรือฝากไว้ที่ใต้ถุนบ้านใกล้เคียง
ขณะที่นางสาวิตรีและนายอนามัย พ่อแม่ของน้องชมพู่ เมื่อวานนี้ตำรวจเชิญตัวไปสอบปากคำ นานกว่า 7 ชั่วโมง หลังจากนั้น ก็ให้แพทย์ตรวจร่างกาย ซึ่งจากการสอบถามคุณพ่อคุณแม่ว่าการสอบปากคำครั้งนี้ถือว่านานกว่า 7 ชั่วโมงนี้ เป็นปกติ มีการสอบปากคำยาวนานกว่านี้อีก และตั้งแต่เกิดเรื่องมา พ่อและแม่สอบปากคำ มากกว่า 20 ครั้ง
โดยการสอบปากคำแม่ของน้องชมพู่เผยว่า ก็เหมือนกับทุกครั้งถามว่า ทำอะไรวันเกิดเหตุ และสงสัยใคร หรือไม่ โดยพ่อก็ยังให้การเหมือนเดิม รวมไปถึงเรื่องปมขัดแย้งกับใครหรือไม่ และก็เป็นห่วงสุขภาพ และหมอมาตรวจวัดความดัน ตรวจร่างกาย ก็เป็นปกติ
ส่วนปมปัญหาขัดแย้งกับคนในพื้นที่นั้นก็ยังเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ตำรวจยังไม่ตัดทิ้ง และทางครอบครัวยืนยันว่าไม่มีเรื่องกับใคร รวมทั้งไม่เคยไปรู้เห็นหรือมีปัญหากับการทำผิดกฎหมาย ตอนนี้แม่รอฟังความหวังเรื่องการตรวจดีเอ็นเอ ที่สร้อยพระที่น้องชมพู่ใส่ และสายสิญจน์ที่ข้อมือ ซึ่งอาจจะมีDNAหรือร่องรอยของคนร้ายแฝงอยู่ ซึ่งในเรื่องนี้นั้นแม่ไม่เคยพูดมาก่อนว่ารอแค่ผลดีเอ็นเอในส่วนนี้ ก็จะรู้ตัวคนร้าย
ล่าสุดวันนี้ ได้มีชายปริศนาโผล่มาในหมู่บ้าน โดยบอกว่าตนนั้นชื่อนายพิทักษ์ บอกว่าติดตามข่าวน้องชมพู่มานานแล้ว วันนี้จะมาวืเคราะห์ให้ดู โดยนายพิทักษ์นั้นได้เขียนใส่กระดาษทั้งหมด 3 แผ่น
กระดาษแผ่นที่ 1

ภาพจาก รายการทุบโต๊ะข่าว
กระดาษแผ่นที่ 2

ภาพจาก รายการทุบโต๊ะข่าว
กระดาษแผ่นที่ 3

ภาพจาก รายการทุบโต๊ะข่าว
จะเห็นได้ว่า นายพิทักษ์นั้นได้พูดออกมาว่ามีหลักฐานสำคัญมัดตัวคนร้าย แต่อยากให้ตำรวจ โดยตำรวจก็มาทันทีและถูกคุมตัวขึ้นรถออกไปในทันที
ขอบคุณที่มา ทุบโต๊ะข่าว อมรินทร์