งานเข้าแล้ว อาชีพที่คลังไม่ปล่อยไว้ หลังได้เงิน5000 ไป

สำหรับกลุ่มไม่ได้รับสิทธิ์ 7 ล้านราย จำแนกได้เป็นผู้ไม่ขอทบทวนสิทธิ์ 4.8 ล้านราย ผู้ไม่ผ่านการขอทบทวนสิทธิ์ 1 ล้านราย ผู้ยกเลิกการลงทะเบียนหรือยกเลิกการขอทบทวนสิทธิ์ 9 แสนราย และกลุ่มที่ขอข้อมูลการประกอบอาชีพเพิ่มเติม แต่ไม่ได้เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมภายในเวลาที่กำหนดประมาณ 3 แสนราย
ทั้งนี้ กลุ่มที่อยู่ระหว่างการดำเนินการทบทวนสิทธิ์ 2.4 แสนราย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1 ของจำนวนผู้ที่เข้าสู่การคัดกรองตามหลักเกณฑ์ ที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
กลุ่มที่ 1 ผู้ขอทบทวนสิทธิ์ 8 หมื่นราย จะได้รับการติดต่อจากทีมผู้พิทักษ์สิทธิ์เพื่อนัดหมายยืนยันตัวตนและตรวจสอบการประกอบอาชีพตามที่ได้ลงทะเบียนไว้
กลุ่มที่ 2 ประมาณ 1 แสนราย เป็นผู้ขอทบทวนสิทธิ์ซึ่งเคยได้รับการติดต่อจากทีมผู้พิทักษ์สิทธิ์แล้วแต่ไม่สามารถนัดพบได้ หรือที่อยู่จริงในปัจจุบันไม่ตรงกับที่ได้ลงทะเบียนไว้ตอนขอทบทวนสิทธิ์ ทำให้ผู้พิทักษ์สิทธิ์ไม่สามารถเจอตัวได้
กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่ผู้พิทักษ์สิทธิ์ได้พยายามติดต่อไปหาแล้วหลายครั้ง แต่ติดต่อไม่ได้จำนวน 6 หมื่นราย ผู้ขอทบทวนสิทธิ์ในกลุ่มที่ 2 และ 3 กระทรวงการคลังจะมีการส่ง SMS แจ้งให้ทราบอีกครั้ง และให้ไปติดต่อที่สาขาธนาคารกรุงไทยที่สะดวกที่สุดเพื่อยืนยันตัวตนและการประกอบอาชีพ โดยนำบัตรประชาชนตัวจริงไปแสดงพร้อมหลักฐานการประกอบอาชีพได้จนถึงวันที่ 29 พ.ค. 2563
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลัง จะเริ่มจ่ายเงินเยียวยาอีกครั้งในวันที่ 25 พ.ค. 2563 เนื่องจากวันที่ 23-24 พ.ค. 2563 ตรงกับวันหยุดเสาร์-อาทิตย์.
โดยล่าสุดคลังได้ออกมาเผยถึงคนที่เตรียมตัวโดนยึดเงินคืนมี3กลุ่มคนด้วยกัน และไม่ต้องไปธนาคาร เพราะโดนตัดสิทธิ์แล้ว
กลุ่มคนซึ่งไม่ได้เป็นแรงงาน ลูกจ้าง และอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากcovid
กลุ่มพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งลงทะเบียน และรับเงิน 5,000 บาทไปแล้ว ภายหลังการตรวจสอบพบว่าขาดคุณสมบัติ
กรณีที่มีผู้ผ่านเกณฑ์รับเงิน 5,000 บาท และเกิดจากไป ทายาทสามารถมาใช้ปุ่ม ขอสละสิทธิ์มาตรการ เพื่อขอคืนเงินได้
โดยขั้นตอนการขอสละสิทธิ์
กรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ลงทะเบียน
กรอกวัน เดือน ปีเกิด
กดยืนยันการสละสิทธิ์
ขอบคุณ กระทรวงการคลัง