วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้สื่อข่าวสยามนิววส์รายงานว่า ที่หมู่บ้านธาตุนาเวง ต ธาตุเชิงชุม อ เมือง จ สกลนคร ซึ่งเป็นบ้านพักของหนึ่งในเหยื่อเหตุการณ์ทหารคลั่งกราดยิงผู้บริสุทธิ์จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก เหตุเกิดที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งบ้านพักหลังดังกล่าวเป็นบ้านพักของครูพัชรา จันทร์เพ็ง ถูกยิงเสียชีวิตคาที่บนเบาะนั่งตอนหลังรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์สีขาวบริเวณทางวัดป่าศรัทธาราม



โดยบรรยากาศที่บ้านพบว่ามีพี่ชายพี่สาวพี่สะใภ้รวมทั้งญาติสนิทพี่น้องที่รักใคร่นับถือกันต่างมาประชุมพูดคุยถึงแนวทางการเตรียมการจัดงานศพครูพัชรา จันทร์เพ็ง หรือหลายคนรู้จักกันว่าครูตุ๊ก โดยมีภาพถ่ายครูตุ๊กเมื่อครั้งยังมีชีวิตตั้งไว้อยู่และมีชุดข้าราชการครูแขวนไว้เพื่อเตรียมสวมชุดดังกล่าวให้กับร่างครูตุ๊กหากนำศพกลับมาถึง ทั้งนี้ทุกคนยังทำใจรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งกะทันหันเกินไป ไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์ระหว่างคนไม่กี่คนจะบานปลายมาถึงคนใกล้ตัวตนเองและเชื่อว่าหลายครอบครัวคงรู้สึกไม่ต่างกัน

คุณวิไลวรรณ ไทยเท้า พี่สาวของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า ตอนแรกที่ทราบข่าวยิงกันตายไม่คิดว่าจะเป็นน้องสาวตนเองอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ก่อนเกิดเหตุครูตุ๊กพร้อมสามีซึ่งรับราชการทหารใน จ.สกลนคร เดินทางไป จ.นครราชสีมา เพื่อรอร่วมงานเลี้ยงรุ่นซึ่งจะจัดกันในค่ำวันนี้ (9 ก.พ. 63) ซึ่งเมื่อวานนี้(8 ก.พ. 63)ครูตุ๊กและสามีพากันไปทำบุญวันมาฆบูชาก่อนจะแยกย้ายกันไปทำธุระ โดยครูตุ๊กและเพื่อนที่นั่งในรถฟอร์จูนเนอร์สีขาวได้กลับจากซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าและขับรถผ่านบริเวณจุดเกิดเหตุบริเวณวัดป่าศรัทธารามในจังหวะเกิดเหตุพอดี



ซึ่งตอนแรกสามีครูตุ๊กไม่คิดว่าจะใช่ก็ภาวนาอยู่ในกลุ่มคนเจ็บกระทั่งประมาณกลางดึกสามีครูตุ๊กยืนยันว่าคนที่โดนยิงในรถนั้นเป็นครูตุ๊กจริงถึงกับทำอะไรไม่ถูก โดยตอนนี้เตรียมการรอรับศพที่จะเดินทางมาถึง ประมาณ 09.00 น.วันพรุ่งนี้ และจะนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดป่าภูธรพิทักษ์ใกล้บ้าน

ครูพัชรา จันทร์เพ็ง อายุ 54 ปี เดิมภูมิลำเนาเป็นคน อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ย้ายมารับราชการครูที่โรงเรียนบ้านกกปลาซิวนาโด่ ต.กกปลาซิว อ.ภูพาน จ.สกลนคร ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ อาศัยอยู่กับสามี มีลูกสาวที่จบปริญญาตรี 1 คน และลูกชายอีกคนกำลังจะจบชั้น ม.6 ซึ่งหลายคนบอกว่าครูตุ๊กเป็นคนเรียบร้อยและเป็นคนดีตั้งใจสอนหนังสือด้วยความมานะสมกับเป็นแม่พิมพ์ของชาติ เสียดายต้องมาสูญเสียบุคคลที่ดีเหล่านี้ไป อย่างไรก็ตามทางญาติๆก็อยากวิงวอนทางรัฐช่วยเหลือครอบครัวของผู้สูญเสียด้วยตามสมควรต่อไป