เฟซบุ๊ก Orawan Dethirunsuwan ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้อยู่ในห้างสรรพสินค้าที่เกิดเหตุทหารคลั่งกราดยิงดังกล่าว เล่านาทีชีวิต ที่ต้องยกครอบครัวหนีตายเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในส่วนครัวของร้านโดนัทชื่อดัง รวม 8 ชีวิต ผู้ใหญ่ 6 เด็ก 2
ผู้โพสต์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนเอง สามี และลูกอีก 2 คน ซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปทำธุระที่ห้างดังกล่าว และแวะกินโดนัท ซึ่งจังหวะที่สามีชวนกลับบ้านนั้น ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นที่หน้าห้าง และคนวิ่งกรูกันไปมา ซึ่งพนักงานเรียกให้เข้าไปหลบข้างในร้านบริเวณส่วนครัว

ระหว่างนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะใกล้บ้าง ไกลบ้าง ขณะที่ลูกของเธอก็ตกใจกลัวมาก และถามว่า มะม้าหนูจะรอดมั้ย มะม้าจะมีคนมาช่วยเรามั้ย มะม้าโจรเค้าจะฆ่าเราทำไม มะม้าเสียงปืนหนูกลัวมาก หัวใจหนูจะทะลุออกมาแล้ว
ขณะที่ผู้โพสต์ก็กลัวเช่นกันแต่ร้องไห้ไม่ออก ประกอบกับโทรศัพท์มือถือแบตหมดจึงไม่ต่างจากคนหูหนวกตาบอด และเหมือนต้องนอนรอความตาย เพราะได้ข่าวว่าคนร้ายมีระเบิดและอาวุธสงครามที่พร้อมพลีชีพตลอดเวลา
ช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. พนักงานแจ้งว่าถ้าไฟห้างดับลงให้นอนราบลงกับพื้น เพราะจะมีการวิสามัญฆาตกรรมคนร้าย ไม่ทันขาดคำ เสียงปืนดังขึ้นรัวๆ 30 ถึง 40 นัด เธอต้องนอนราบกอดกับลูกที่สะดุ้งทุกครั้งที่ได้ยินเสียงปืน พร้อมกับพูดตลอดว่า มะม้า หนูรักมะม้า ก่อนที่ในช่วงเวลาประมาณ 23 00 น จะมีหน่วยทหารและตำรวจมาประสานงานพาพวกเธอออกจากห้าง

ผู้โพสต์ขอบคุณพนักงานร้านโดนัท 4 คน ที่มีสติและช่วยเหลือดูแลทุกอย่าง ทั้งอาหารและห้องน้ำ รวมถึงสามีของตัวเองที่เสียสละทำทุกอย่างเพื่อลูก หมอบคลานออกไปเอาโดนัทจากด้านนอกออกมาให้ลูกๆ กิน ทั้งยังมีสติเข้มแข็งต่อหน้าลูก ซึ่งทำให้ลูกมั่นใจและผ่านสถานการณ์ดังกล่าวไปได้
ทั้งนี้ ผู้โพสต์ระบุว่า หลังจากกลับมาที่บ้านแล้ว ลูกทั้งสองคนยังนอนสะดุ้งทั้งคืนยันเช้า ถึงขั้นลุกขึ้นมา
นั่งแล้วพูดว่า หนูขอพักก่อน หนูขอพัก หนูกลัว