วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 63 พตอปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก สภ เมืองขอนแก่น เปิดผยว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ได้ทำการจับกุมพระสันติสุข ศรีล้อม อายุ 30 ปี พระลูกวัดแสงสว่างอารมย์ หรือ นายสันติสุข ศรีล้อม อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99 หมู่ 2 ตำบลคอนฉิม อำเภอแวงใหญ่ จังหวัดขอนแก่นในข้อหา รู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิด ตามมาตรา 173 และคุมตัวให้เจ้าอาวาสวัดบ้านโนนทัน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ทำการสึกเพื่อนำตัวไปดำเนินการตามกฎหมาย

ามผิด ตามมาตรา 173 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60000 บาท จากนั้นคุมตัวให้เจ้าอาวาสวัดบ้านโนนทันทำการสึก และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย


 ผกก สภ เมืองขอนแก่น กล่าวถึงการจับกุมว่า เนื่องจากเมื่อช่วงเวลา 11 00 น วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งจากศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ว่า มีชายไม่ทราบชื่อ โทรศัพท์เข้ามาที่ศูนย์ 191 ว่า จะมีเหตุลอบวางระเบิดเกิดขึ้นภายในโรงแรมในพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่น จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และได้เดินทางไปตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุตามโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองขอนแก่น ตรวจสอบบริเวณรอบตัวอาคารทั้งด้านนอกและด้านใน

สอบถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยโดยละเอียด ไม่พบวัตถุต้องสงสัยตามที่ได้รับแจ้งแต่อย่างใด จึงน่าเชื่อว่าชายรายดังกล่าวโทรมาเพื่อสร้างสถานการณ์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนเกิดความหวาดวิตก หรือทำให้เกิดความหวาดกลัว

ผมเชื่อว่า มีคนต้องการสร้างสถานการณ์ จึงให้ชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ทำการตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ของชายที่โทรมาแจ้ง จนทราบว่าเป็นเบอร์โทรศัพท์ของพระสันติสุข ศรีล้อม ซึ่งบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแสงสว่างอารมย์ บ้านโนนใหญ่ ตำบลคอนฉิม อำเภอแวงใหญ่ จังหวัดขอนแก่น หลังทราบตัวบุคคลที่ชัดเจน จึงได้ลงพื้นที่ทำการจับกุมตัว พระสันติสุข หรือนายสันติสุข พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง คือยี่ห้อ KEJIE สีฟ้าบรอนซ์ หมายเลข 0825872761 และยี่ห้อ KEJIE สีฟ้าบรอนซ์ หมายเลข 0642246082 และควบคุมตัวมาที่ สภ เมืองขอนแก่น เพื่อทำการสอบสวนทันที

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้โทรศัพท์เข้าไปแจ้งเหตุที่ศูนย์ 191 จริง เพียงเพราะต้องการสร้างสถานการณ์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตื่นตัวป้องกันเหตุ และมีการระวังตัวเท่านั้น ทั้งยังรับสารภาพว่า เคยเป็นทหารมาก่อน ที่ทำไปเพราะลืมตัวและคึกคะนองเท่านั้น ภายหลังการสอบสวนจึงได้แจ้งข้อหา รู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำคว

ขอบคุณ thairath